ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย: แบบฝึกพูดภาษาต่างประเทศในสไตล์ชิลๆ

บทความนี้ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที ยังไม่มีเวลาตอนนี้ใช่ไหม? ไม่เป็นไร ส่งบทความเวอร์ชันไม่มีโฆษณาไปที่อีเมลของคุณ แล้วกลับมาอ่านภายหลังได้!

loading image

This article was originally posted on WomenLearnThai.com.

Thai Language

แบบฝึกพูดภาษาต่างประเทศของนักเพลิดเพลิน…

อาจจะเป็นเพราะว่าเราค่อนข้างจะจริงจังกับการเรียนภาษาไทย เลยยังใช้เวลาทุกวันเรียนภาษาไทย แต่การทำแบบนี้ทำให้ต้องหาวิธีใหม่ๆ สนุกๆ ในการเรียนภาษา เขียนโพสต์ใน WLT บังคับให้คิดถึงภาษาไทย และบล็อกใหม่ที่กำลังทำอยู่คำศัพท์ภาษาไทยในข่าว, ก็เป็นการฝึกที่เยี่ยมอีกอย่าง ตอนนี้คิดว่าพบวิธีเรียนรู้ใหม่แล้ว

เพื่อให้เพื่อนบ้านและภรรยาที่อดทนแสนดีของเราปวดหัว เราได้เรียนเล่นเปียโนและฝันหวานว่าจะกลายเป็นนักร้องประจำเลานจ์เพลงฮิต วันก่อนขณะเล่นเปียโนและร้องเพลงใหม่ๆ ก็เกิด “อา ฮะ” ขึ้นในหัว ทำไมไม่ลองแปลเพลงนี้เป็นภาษาไทยเพื่อใช้เป็นการฝึกภาษาไปเลยล่ะ?

ยิ่งคิดยิ่งรู้ว่าทุกครั้งที่เราพยายามพูดภาษาต่างชาติ เรามักแปลเป็นภาษานั้น และเมื่อฟังภาษาต่างชาติ เรามักแปลกลับมาภาษาเราเอง

ยกเว้นสำหรับผู้เรียนภาษาระดับสูง ซึ่งไม่มีสวิตช์ในหัวที่อนุญาตให้เราคิดเป็นภาษาที่ต้องการพูดได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลก่อน การเรียนรู้วิธีแปลทุกซอกทุกมุมในภาษาต่างชาติจึงเป็นการฝึกที่มีความหมาย และการทำงานกับเพลงก็สนุกมากด้วย

เมื่อเริ่มแปลเพลงแรก เราเข้าใจว่าการแปลเพลงในภาษาต่างชาติเต็มไปด้วยความหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเรียนภาษาไทยขั้นสูงก็ลองใช้วิธีนี้ได้ แค่เลือกเพลงให้เข้ากับระดับภาษาเราเอง

เพลงเป็นความท้าทายที่ดีสำหรับผู้แปลเพลงบ่อยครั้งที่มักใช้สำนวนเฉพาะตัว ในภาษาที่เราใช้เราเองมักคิดเป็นสำนวน นี่จึงเป็นปัญหาเมื่อต้องการแปลสิ่งที่อยู่ในหัวเราจากภาษาต้นทางไปภาษาเป้าหมาย เพราะสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการแปลสำนวนโดยตรง

การนำเพลงมาแปลเป็นภาษาต่างชาติถือเป็นการฝึกที่เยี่ยมเพราะบังคับให้เราต้องถอดความสำนวนจากภาษาต้นทางลงมาเป็นภาษามาตรฐานที่เข้าใจได้ทั่วไป ถ้าโชคดีบางครั้งก็จะมีสำนวนที่ตรงกันในภาษาเป้าหมาย ซึ่งทำให้การแปลเพลงเป็นการฝึกที่ดีมากสำหรับการพูดภาษาต่างชาติในชีวิตจริง

ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเพลงบางเพลงที่พยายามแปลและความท้าทายที่เผชิญเมื่อทำเช่นนี้

หมายถึงสำหรับคนไทย: จะพยายามแปลที่นี่ ถ้าคุณมีความคิดอื่นๆ ก็บอกเราได้เลย อยากเห็นว่าคุณจะพูดว่าอย่างไร

มาเริ่มเพลงง่ายๆ กันก่อน

Mary มีลูกแกะตัวน้อย…

Mary มีลูกแกะตัวน้อย ตัวน้อย ตัวน้อย
Mary มีลูกแกะตัวน้อย
ขนของลูกแกะขาวเหมือนหิมะ

อย่างแรกที่ต้องทำคือแปลชื่อเพลง “Mary มีลูกแกะตัวน้อย”

Mary คือ “Mary” ง่ายมาก

สามารถแปลคำว่า “มี” เป็น มี /mee/ หรือสำหรับอดีต เคยมี /koie-​mee/ ลูกแกะคือลูกของแกะ แกะคือ แกะ ​/gàe/ ลูกแกะคือ ลูกแกะ /lôok-​gàe/ หนึ่งคำสำหรับ “น้อย” คือ น้อย /nói/ แต่เพราะเป็นสัตว์จึงใช้ ตัวน้อย /dtua nói/ ได้

“Mary มีลูกแกะตัวน้อย” = Mary เคยมีลูกแกะตัวน้อย

แต่ยังขาดอะไรไปนะ คำว่า “มี” ในภาษาอังกฤษในนี้มีความหมายมากกว่านี้ คือว่า Mary กำลัง “เลี้ยง” ลูกสัตว์นี้อยู่ เธอให้อาหารดูแลมัน

ลองแปลคำว่า “มี” ให้มีนัยน์นี้ คิดว่าใช้ เลี้ยง /líang/ “เลี้ยงดู” สัตว์เลี้ยงที่เรารู้ว่ากำลังเรียนอยู่คือ สัตว์เลี้ยง /sàt líang/ “สัตว์ที่เราเลี้ยงดู” หมายเหตุ: ฟังดีกว่าไม่ใช้คำบ่งอดีต ฉะนั้นจึงตัดคำว่า เคย /koie/ ออก ไม่ต้องที่มีในภาษาไทย

รวมประโยคทั้งหม่แล้วชื่อกลายเป็น Mary เลี้ยงลูกแกะตัวน้อย “Mary เลี้ยงลูกแกะตัวน้อย”

ส่วนที่เหลือก็ซ้ำชื่อนี้และเพิ่มว่า:

Advertisement

“ขนของลูกแกะขาวเหมือนหิมะ”

“ขนฟู” ของแกะคือ ขนแกะ /kŏn-gàe/ หรือขนฟูขนของแกะ เมื่อรู้ว่าเราพูดถึงแกะก็ไม่ต้องใส่ แกะ /gàe/ ใช้ ขน /kŏn/ ก็พอ “ขาว” คือ ขาว /kăao/ “หิมะ” คือ หิมะ /hì-​má/ “เหมือน” แปลได้ว่า “เช่น” หรือ “เหมือนที่” และในภาษาไทยเป็น เหมือน /mĕuan/

“ขนของลูกแกะขาวเหมือนหิมะ” = ขนขาวเหมือนหิมะ

แต่นี่มันดูขาดความไหลลื่น ลองเพิ่มคำเพื่อทำให้มันฟังดูไหลลื่นกว่าเดิม

แทนคำว่า “ของเขา” ภาษาไทยจะใช้คำว่า ขนมัน /kŏn man/ และแม้ว่าจะไม่จำเป็นก็ลองใช้คำกริยาเป็นสักคำ เช่น คือ /keu/

และเพราะวลีว่า “ขาวเหมือนหิมะ” หมายถึง “ขาวจริงๆ” และคำว่า “เหมือนหิมะ” คือคำเสริมของคำว่า ขาว เราสามารถใช้คำไทยว่า จ๊วก juak (ใช้เฉพาะสำหรับคำว่า ขาว /kăao/) คือ ขาวจวก /kăao jùak/ “ขาวจริงๆ” มันเพิ่มน้ำหนักให้คำว่า “ขาว” นอกจากนี้กลายเป็น ขนมันคือขาวจวกเหมือนหิมะ “ขนของมันขาวแสนขาวเหมือนหิมะ” ซึ่งฟังดูไหลลื่นกว่า

นี่คือการแปลของฉันสำหรับ “Mary มีลูกแกะตัวน้อย”:

Mary เลี้ยงลูกแกะตัวน้อย

Mary เลี้ยงลูกแกะตัวน้อย ตัวน้อย ตัวน้อย
Mary เลี้ยงลูกแกะตัวน้อย
ขนมันคือขาวจวกเหมือนหิมะ


ต่อไปคือเพลงที่ฉันกำลังตะโกนร้องเมื่อเกิด “อา ฮะ” ขึ้นในหัว เป็นเพลงที่สั้นที่สุดและเป็นเพลงโปรดหนึ่งในเพลงของ Beatles

ฉันจะ…

ใครจะรู้ฉันรักคุณนานแค่ไหน
คุณรู้ว่าฉันยังรักคุณเสมอ
จะรอคอยถึงแค่ไหนถ้าคุณต้องการฉันก็จะทำ

ชื่อเพลง “I Will”.

ถ้าแปลนี้จะได้ ฉันจะ /chăn jà/ แต่ในภาษาไทยทำไม่ได้ คำว่า จะ /jà/ ซึ่งแปลว่า “จะ” หรือ “ต้อง” ไม่ใช่คำที่ยืนลำพัง ต้องตามด้วยคำกริยา ต้องคิดว่าพอลจะทำอะไร

และจากเพลงชัดเจนว่าเขาจะ “รอ” คนที่ร้องถึงได้ สามารถเติมคำว่า คอย /koi/ “รอ” และ คุณ /kun/ “คุณ” ได้ และ “I Will” จะกลายเป็น ฉันจะ(คอย คุณ) “ฉันจะ(รอ คุณ)” ขีดให้สมบัติต้นว่าทำอะไร

“ใครจะรู้ฉันรักคุณนานแค่ไหน”

“จะมีใคร” ควรจะเป็น ไม่มีใคร /mâi mee krai/ แต่ไม่รู้สึกว่าคำนี้เป็นคำถามน่าจะเป็นมากกว่า “ไม่มีคนรู้” จึงได้ ไม่มีใครรู้ /mâi mee krai rúu/. “นานแค่ไหน” = นานแค่ไหน /naan kâe năi/. “ฉันรักคุณเวลานานนี้” ไม้ต้องไปที่เพียงให้ได้ ไม่มีใครรู้ฉันรักคุณนานแค่ไหน “ไม่มีใครรู้ว่าฉันรักคุณมานานแล้ว”

คุณรู้ว่าฉันยังรักคุณ

‘รู้’ คือ รู้ /rúu/ หรือ ทราบ /sâap/. ทราบ ดูอย่างเป็นทางการ ฉันจึงยึดไว้ที่ รู้ แต่ คุณรู้ /kun róo/ โดยตัวจะค่อนข้างดูแข็งดังนั้นเลยเป็น คุณรู้แล้ว /kun róo láew/ ซึ่งหมายถึงว่า “คุณรู้แล้ว” และไม่ได้เปลี่ยนแปลงความหมายแต่นุ่มนวลนิดหนึ่ง “ฉันยังรักคุณตลอด” ในการพูดทั่วไปคือ “ฉันยังรักคุณเสมอ” ที่จะเป็น ฉันยังรักคุณ /chăn yang rák kun/. “คุณรู้ว่าฉันยังรักคุณเสมอ” กลายเป็น คุณรู้แล้วฉันยังรักคุณ “คุณรู้แล้วว่าฉันยังรักคุณเสมอ”

“จะรอคอยถึงแค่ไหนถ้าคุณต้องการฉันก็จะทำ”

“จะ”. จากแนวคิดเกี่ยวกับเพลงนี้ฉันไม่คิดว่านี่เป็นคำที่หมายถึงอนาคตง่ายๆ มันดูเหมือนความหมายเขากำลังถามถ้าเธอจะทำให้เขาต้องรอถึงตลอดชีวิต ก่อนที่เธอจะตอบเขา ว่านี่จะเป็นบางอย่างเหมือน “คุณจะทำให้ฉันต้อง…?” ซึ่งจะเป็นเช่น คุณจะทำให้ฉันต้อง… /Kun jà tam hâi chăn dtông …/

“รอ” คือ รอ /ror/ หรือ คอย /koi/ ยิ่งดีและใช้คำกิริยาสองคำไทยของ รอคอย /ror-​koi/. “ชีวิตเต็มไปด้วย” ประกอบด้วย “ชีวิต” คือ ชีวิต /chee-wít/ และ “ทั้งสิ้น” คือตลอด /dtà-lòt/ อันเช่นของ “ชีวิตเต็มไปด้วยฉัน” ชีวิตเต็มไปด้วยของฉัน /dtà-lòt chee-wít/

“เหงา” คือ เหงา /ngăo/ และการเพิ่มความเหนี่ยวหนาหลังจากกิริยา รอคอย /ror-​koi/ เช่น รอคอยเหงา /ror-​koi /ngăo/ “รอคอยเหงา”. และสิ่งที่คำถามจึงเติม คำถาม หรือ /rĕu/ ที่ท้าย เลยมันกลายเป็น “จะรอคอยถึงแค่ไหนถ้าเธอต้องการฉันก็จะทำ” = คุณจะทำให้ฉันต้อง…รอคอยเหงาตลอดชีวิตหรือ “คุณจะทำให้ฉันต้องรอคอยชีวิตเหงาทั้งชีวิตไหม?”

“ถ้าคุณต้องการฉันก็จะรับ”

หาก = หาก /hàak/
“อยากให้ฉัน,” “อยาก” = ต้องการ /dtông-​gaan/. เมื่อใช้ในกรณีที่เขาต้องการให้เธอทำบางสิ่งมันจะเป็น ต้องการให้ฉัน /dtông-​gaan hâi chăn/. เพลงบอกเพียงว่า “อยากให้ทำ…” และไม่ได้บอกกิริยาในคำแปลภาษาไทยเราต้องว่าอย่างไรล่ะ เธอจะให้เขาทำอะไร? “รอคอย”. ดังนั้นกลายเป็น คุณต้องการให้ ฉันรอคอย. และเราอยู่กับ “ฉันจะ” ใหม่แต่จะออกเสียงซ้ำ ทำไมไม่บอกเป็นว่า “เรารอคอยให้เธอทำมาก็นี่ล่ะ” โดยปรึกษาจำไว้ว่า ยอมคือคำที่ต้องการจะแสดงออกมาว่าหยวนยอม. ดังนั้นกลายเป็น หากคุณต้องการให้ฉันรอคอยฉันก็ยอม “ถ้าคุณต้องการให้ฉันรอคอย ฉันก็ยอม”

และการแปลสมบูรณ์ของบทแรกนี้คือ:

ฉันจะ(รอ คุณ)

ไม่มีใครรู้ว่าฉันรักคุณมานานแค่ไหน
คุณรู้แล้วว่าฉันยังรักคุณ
คุณจะทำให้ฉันต้องรอคอยเหงาทั้งชีวิตหรือ
หากคุณต้องการให้ฉันรอคอย ฉันก็ยอม


จะเห็นว่าเมื่อการแปลเพลินเราต้องคิดว่าเพลงนั้นหมายถึงอะไรให้เข้าใจว่าชื่อต้องการบอกอะไรบ้าง แล้วเราสามารถจะนำเสนอมันในภาษาเป้าหมาย นั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำไมว่าฉันชอบคำว่า “แปลความ” มากกว่า “แปล” เพราะว่าจริงๆ ไม่สามารถทำแลกเปลี่ยนข้อความตรงกับตรงต้องใช้มัน การฝึกที่ใช้ก็จะมากเป็น แบบขั้นตอนที่ 1, “คำในภาษาต้นทาง”; แบบขั้นตอนที่ 2, “ความหมายของคำในภาษาต้นทาง”; แบบขั้นตอนที่ 3, “คำในภาษาเป้าหมาย”.

และจริงๆ นี่เป็นขั้นตอนเดียวกันที่เราต้องใช่เมื่อเราต้องการสื่อสารในภาษาต่างประเทศ – ด้านนี้ไม่ใช่การปิดกั้นลายใหม่.

หวังว่าเรานี้ทุกคนอาจจะเดินทางได้ขนาดนั้น

ลองแปลเพลงที่คุณชอบเองได้ คุณสามารถแค่เริ่มจากชื่อเพลง แม้ว่าเป็นหนึ่งจาก Jackson Browne เพื่อเริ่มต้น, “Running on Empty”? หรืออาจจะเป็นอันนี้จาก Eagles, “I’m going down the road trying to loosen my load I got seven women on my mind.” ฉันมีคำตอบของตัวเองและจะให้คุณแต่ต้องการฟังสิ่งที่คุณอยู่ไหนเขาบอกเลย โดยขอบคุณที่ให้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในตอน. คอยฟังกันว่าเราจะได้อะไรบ้าง.

ดาวน์โหลด Lounge Lizard:
1.5mg zip

ฮิว เลอง
เกษียณที่ไทย
เกษียณที่ไทย: บล็อก
หนังสือในประเทศไทย
คำศัพท์ภาษาไทยในข่าว