ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย: การเล่าเรื่องหาง – คำลงท้ายในภาษาไทย

บทความนี้ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที ยังไม่มีเวลาตอนนี้ใช่ไหม? ไม่เป็นไร ส่งบทความเวอร์ชันไม่มีโฆษณาไปที่อีเมลของคุณ แล้วกลับมาอ่านภายหลังได้!

loading image

This article was originally posted on WomenLearnThai.com.

ภาษาไทย

ปลายเสียง – คำลงท้ายในภาษาไทย…

การเรียนรู้การใช้คำลงท้ายในภาษาไทยเป็นสิ่งสำคัญ คำที่รู้จักกันดีคือ “ครับ” สำหรับผู้ชาย และ “ค่ะ” สำหรับผู้หญิง ซึ่งใช้เป็นคำสุภาพที่ปลายประโยค คำลงท้ายยังเรียกว่า “หางเสียง” และคนที่พูดโดยไม่มีหางเสียง มักจะถูกมองว่าไม่สุภาพ

บางคนอาจสงสัยว่าเราควรใช้คำว่า “ครับ” และ “ค่ะ” บ่อยแค่ไหน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับบริบท แต่สิ่งที่คุณทำได้คือฟังว่าคนที่พูดกับคุณใช้คำเหล่านี้อย่างไร และตอบกลับในลักษณะเดียวกัน

การใช้คำลงท้ายที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือเวลาที่บางคน (มักจะเป็นผู้หญิง) พูดกับเด็กเล็ก พวกเขาจะใช้คำลงท้ายตามเพศของเด็กที่พวกเขากำลังพูดด้วย เพื่อช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การใช้คำลงท้ายโดยการฟัง

ผู้เรียนภาษาไทยใหม่ๆ อาจคิดว่าคำลงท้ายมีความหมายแค่เพื่อทำให้ประโยคสุภาพ แต่คำลงท้ายยังมีความหมายได้อีกด้วย เช่น ถ้าคุณต้องการตอบคำถามในเชิงยืนยัน คุณสามารถใช้คำลงท้ายได้เลย เช่น ถ้ามีคนถามว่า:

คุณอยากกินข้าวไหมคะ
คุณอยากกินข้าวไหม

คุณสามารถตอบว่า “ครับ/ค่ะ” ซึ่งหมายถึง “ใช่ (อยาก)”

แต่ขึ้นอยู่กับบริบท คำลงท้ายในภาษาไทยสามารถมีความหมายต่างๆ ได้มากมาย นี่คือตัวอย่างการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ฉันได้ยินในห้างสรรพสินค้า (แน่นอนว่าฉันได้ยินแค่ฝั่งเดียวของการสนทนา):

สวัสดีค่ะ, ค่ะ, ค่ะ, ค่ะ, ค่ะ, ค่ะ, ค่ะ, โอเคค่ะ, สวัสดีค่ะ

คำแปลหนึ่ง: สวัสดี, ใช่, ถูกต้อง, แน่นอน, ถูกแล้ว, ดี, แน่นอน, โอเค, บ๊ายบาย

อาจจะดีที่สุดที่จะใช้แค่ “ครับ” และ “ค่ะ” แต่สำหรับการอ้างอิง นี่คือรายการสั้นๆ ของคำลงท้ายในภาษาไทยที่พบบ่อยและวิธีการใช้ เมื่อคุณเริ่มใช้คำเหล่านี้ได้ถูกบริบท ภาษาไทยของคุณจะดูราบรื่นและคล่องแคล่วมากขึ้น

รูปแบบที่ไม่เป็นทางการของ “ครับ/ค่ะ” ในการถามคำถาม: “ฮะ”

ตัวอย่าง: กินข้าวไหมฮะ
ต้องการเน้นความใกล้ชิด หรือใช้กับเด็ก หรือคนที่มีสถานะต่ำกว่า: “จ๊ะ”

ตัวอย่าง: กินข้าวไหมจ๊ะ
บอกถึงคำถามเล็กน้อย; เพื่อขอความเห็นชอบหรือยืนยัน: “นะ”

ตัวอย่าง: กินข้าวนะ
ใช้ในคำสั่งและเพื่อเพิ่มน้ำหนัก: “ซิ”

ตัวอย่าง: กินข้าวซิ
ให้ทำอะไรบางอย่าง: “เถอะ”

ตัวอย่าง: กินข้าวเถอะ
ทำให้ประโยคฟังดูสุภาพขึ้น: “ด้วย”

ตัวอย่าง: ขอข้าวด้วย
ทำให้ความหมายของประโยคเบาลง: “หน่อย”

ตัวอย่าง: ขอข้าวหน่อย
หลังจากประโยคลบเพื่อให้ดูเบาลง: “หรอก”

ตัวอย่าง: ไม่อยากกินข้าวหรอก

Advertisement

คำลงท้ายสามคำต่อไปนี้ถือว่าไม่สุภาพ แต่บ่อยครั้งใช้ระหว่างเพื่อน คำไม่สุภาพระหว่างเพื่อนอาจกลายเป็นสัญญาณของความใกล้ชิด แต่การใช้ต้องระมัดระวัง ดังนั้นหากคุณไม่คุ้นเคยกับการใช้ ให้หลีกเลี่ยงไปก่อน

แสดงความรังเกียจ ไม่ชอบ ขยะแขยง รำคาญ โกรธ: “วะ”
คล้ายกับ “วะ”: “โว้ย”
แสดงท่าทีไม่สนใจ ไม่สุภาพ หรือไม่เป็นทางการ: “ยะ”

และมีคำลงท้ายที่มีชื่อเสียง “ครับผม” ซึ่งมักใช้เกินความจำเป็นโดยชาวต่างชาติ มันไม่เหมือนกับ “ครับ” เพราะมันมีความหมายว่า “ท่าน/ครับท่าน” แทนที่จะเป็นแค่ “ครับ” เป็นคำลงท้ายที่ใช้เพื่อให้ดูสุภาพและนอบน้อม ฉันมักจะแนะนำให้ฟังก่อนและใช้สิ่งที่ได้ยิน แต่บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาคำว่า “ครับผม” เราได้ยินใช้กับเราในบางครั้ง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราควรใช้ตอบกลับ

ฉันได้ยินบ่อยจากคนสวนของฉัน และในการเดินทางไปกรุงเทพฯ ล่าสุด คนขับแท็กซี่ก็ใช้บ่อย มันมักใช้โดยคนที่มีสถานะต่ำกว่ากับคนที่มีสถานะสูงกว่า แต่ฉันเคยได้ยินชาวต่างชาติใช้ “ครับผม” กับเด็กเล็ก แม่ค้า และคนรับใช้ พวกเขาควรจะใช้แค่ “ครับ” ก็พอ ข้อสังเกตคือ ทฤษฎีแล้วมีคำลงท้ายสำหรับผู้หญิงที่เทียบเท่ากับ “ครับผม” คือ “ค่ะท่าน” ซึ่งฉันไม่เคยได้ยินใช้

นี่คือตัวอย่างของการใช้ “ครับผม”:

เจ้านาย: อย่าขี้เกียจ ไปทำงาน
ลูกจ้าง: ครับผมนาย
และสิ่งนี้ได้ยินบ่อยมาก:

นายพล: ต่อสู้ศัตรู
ทหาร: ครับผม

และถ้าคุณอยู่ทางเหนือ คุณจะได้ยินคำลงท้ายที่ไพเราะจากสาวเชียงใหม่ว่า “จ้าว” ที่มีสระยาว ผู้ชายจากกรุงเทพฯ มาที่เชียงใหม่เพื่อฟังสาวๆ พูดคำว่า “จ้าว” จนทำให้พวกเขาใจอ่อน

ฮิว เลออง
Retire 2 Thailand
Retire 2 Thailand: Blog
eBooks in Thailand